More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  NaMiPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community
View space
MooB@
View space
Little Princess
View space
PoPe
View space
jiranan
View space
>>> oui <<<
View space
eclipse+nobi
View space
Ploy
View space
Liew...narak

NaMi

I'm a Dreamer, The Escaper of the Truth.
Updated 8/3/2008
Updated 8/1/2008
Updated 6/21/2007
Updated 3/9/2007
Updated 3/9/2007
Updated 3/9/2007
October 24

พร 4 ข้อจากท่าน ว.วชิรเมธี‏

1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีกพร 4 ข้อจากท่าน ว.วชิรเมธี‏'  คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 'จิตประภัสสร' ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี'แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข'


2.
อย่ามัวแต่คิดริษยา
'
แข่งกันดี ไม่ดีสักคน   ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน'
คนเราต้องมีพรหมวิหาร
4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า
'เจ้ากรรมนายเวร'  ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ !  ฉะนั้น เราต้องถอดถอน
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น
'ไฟสุมขอน' (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี
'แผ่เมตตา'
หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป


3.
อย่าเสียเวลากับความหลัง
90%
ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ 'ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น'
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย

คว ามทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ
'อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน'
'
อยู่กับปัจจุบันให้เป็น'  ให้กายอยู่กับจิต  จิตอยู่กับกาย คือมี 'สติ' กำกับตลอดเวลา

4.
อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
'
ตัณหา' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ
ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของ
ตัณหา คือ 'ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม'
ทุกอย่
งต้องดูคุณค่าที่แท้  ไม่ใช่ คุณค่าเทียม  เช่น คุณค่าที่! แท้ของนาฬิกา คืออะไร
คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู

คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์

เราต้องถามตัวเองว่า!
'เกิดมาทำไม' 'คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน
'
ตามหา 'แก่น' ของชีวิตให้เจอ
'
คำว่า 'พอดี'  คือ ถ้า 'พอ' แล้วจะ 'ดี'    รู้จัก 'พอ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข'
September 28

วางแผนชีวิต Master Plan 1

  1. ถ้าวันไหนไม่รีบจะขึ้นรถเมล์ฟรี  อย่างวันนี้ ตั้งใจยืนรอรถเมล์ฟรีโดยเฉพาะ ทั้งขาไปขากลับ เพราะอยากรู้ว่าความรู้สึกจะเป็นยังไง ก็ได้ข้อสรุปดังนี้
    • ขึ้นแล้วสบายไม่ต้องจ่ายตังค์ ไม่ต้องควักกระเป๋า ขึ้นแล้วเกาะอย่างเดียวพอ
    • คนขับเหนื่อย จอดมันทุกป้าย กระเป๋าสบาย แหกปากพอ
    • คนแน่นเบียดกันขึ้น กรูกันตั้งแต่รถยังไม่จอด เหนื่อยแต่ก็ได้รสชาติไปอีกแบบ
    • ไม่มีแอร์ ร้อน เหม็นทั้งควันรถทั้งเหงื่อคนใช้แรงงานอย่างเราๆ

               ก็ไม่รู้ว่า ถ้าหมดช่วง 6 เดือนแรกแล้ว คนจะมีปฎิกิริยายังไงบ้าง น่าสนใจนะ!!

 

  1. ปรับเปลี่ยนวิธีการกินอาหารในแต่ละวัน ของการทำงาน
    • เน้นกินผักมีเส้นใยมากขึ้น เพื่อจะได้ถ่ายได้สะดวกทุกๆวัน
    • ตอนเช้ากินข้าวเสร็จ กินน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องหนึ่งถุง เพิ่มพลังงาน
    • ตอนเที่ยง กินข้าวเสร็จ ซื้อผลไม้ขึ้นไปสำรองเผื่อท้องตอนบ่ายๆ
    • ตอนเย็น กินน้ำส้มหรือโยเกิร์ต แก้หิว แล้วรีบกลับไปกินข้าวบ้าน
    • เลิกกินขนมปัง คุกกี้ แป้ง น้ำตาล เนย ต่างๆ diet ไปในตัว

 

  1. ปรับเปลี่ยนการทำงานในแต่ละวัน
    • อ่านหนังสือพิมพ์คร่าวๆ ก่อนออกจากบ้าน 5 นาที
    • พักสายตาทุกๆ 2 ชม.
    • เดินไปส่งงานแทนการนั่งอยู่กับที่ ยืดเส้นยืดสาย
    • นึกไม่ออกละ เอาเท่านี้ก่อน
  2. รายการที่ต้องทำ/ได้ เพิ่มเติม
    • ตัดแว่นใหม่ สายตาสั้นขึ้นเยอะมากๆๆ
    • ซื้อแผ่นจอกันแสง และที่รองเม้าส์แบบมีซิลิโคนรองข้อมือ
    • เลิกซื้อเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าซื้อได้เพิ่มหนึ่งคู่สีดำ
    • ไปเอาบัตรยืมหนังสือที่ห้องสมุดและก็ยืมหนังสือธุรกิจมาอ่าน
    • รอผ่านโปร จะได้เล่นแบดมินตันฟรี ออกกำลังกายๆ
    • ได้นามบัตรและตรายางชื่อตัวเองแล้ว ต้องรีบแจกๆๆ อิอิ
    • กินเจ เอาข้าวไปกินเอง ประหยัดตังค์ ขี้เกียจลงล่าง ร้อนๆ
    • นัดเพื่อนไปกินข้าวอาทิตย์ละครั้ง เม้าๆๆๆ กินๆๆๆ เอาให้หายคิดถึงไปเลย
    • สมัครเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ววววววววว อยาก speak เก่งๆๆๆ
    • เรียนร้องเพลงงงงงง เอาให้เสียงแหบแห้งกันไปเลยย แต่ยังคิดอยู่ มันแพงงงง

       ~~~~~~~~~~~~~~~พอก่อน  เหนื่อย นอน ดีกว่า ~~~~~~~~~~~~~~~

หนังสือธุรกิจที่ต้องอ่าน

หนังสือธุรกิจที่ต้องอ่าน มีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เก็บเอาไว้หายืมห้องสมุดอ่านเวลาว่างๆละกันนะ

แปะไว้ก่อน กันลืม spaces เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่แปะไปซะแล้ว ฮ่าๆ

  1. The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference, Malcolm Gladwell, 2002
  2. Blue Ocean Strategy: How to Create Uncontested Market Space and Make Competition Irrelevant, W. Chan Kim and Renee Mauborgne, 2005
  3. The Long Tail: Why the Future of Business is Selling Less of More, Chris Andreson, 2006
  4. The World Is Flat: A Brief History of the Twenty-first Century, Thomas L. Friedman, 2006
  5. Freakonomics: A Rogue Economist Explores the Hidden Side of Everything, Steve D. Levitt, 2006
  6. Blink: The Power of Thinking Without Thinking, Malcolm Gladwell, 2007
  7. Microtrends: The Small Forces Behind Tomorrow’s Big Changes, Mark Penn and E. Kinney Zalesne, 200

ที่แปลเป็นไทยแล้ว ก็มี..

1. Blue Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม วิธีสร้างสนามชัยแห่งใหม่โดยไม่ต้องแข่งกันไปตาย แปลโดย ศิริวรรณ พิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2549

2. The Tipping Point จุชนวนคิด พลิกสถานการณ์ แปลโดย ยาดา สุยะเวช พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2550

3. The World Is Flat ใครว่าโลกกลม เล่ม 1, 2, และ 3 แปลโดย รอฮัม ปรามาท พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2549 ....ตอนนี้มีออกรวมเล่มใหม่แล้ว หนาเบอะเลย

4. The Long Tail กลยุทธ์ลองเทล แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2550

5. เศรษฐพิลึก (FREAKONOMICS)

หนังสือยอดเยี่ยมประจำปี 2006 จากการจัดอันดับของ New York Times

- พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกไปเล่นที่บ้านเพื่อนคนไหน ระหว่างบ้านเพื่อนที่มีปืนเก็บไว้กับบ้านที่มีสระว่ายน้ำ?

- คุณรู้หรือไม่ว่าสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติดที่มีรายได้มหาศาล ส่วนใหญ่ยังเกาะพ่อแม่กินไปวันๆ? และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

- ปัจจัยใดที่ส่งผลให้โชคดีอาชญากรรมลดลง ระหว่างการออกมาตรการที่สร้างสรรค์ของตำรวจ ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ประชากรสูงวัยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และการอนุญาตให้ทำแท้งได้อย่างเสรี? (ใบ้ให้ว่ามีคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว)

- คุณครูที่โรงเรียนกับนักซูโม่มีอะไรเหมือนกัน?

- การตั้งชื่อลูกมีผลต่อความสำเร็จในอนาคตในอนาคตของลูกมากน้อยแค่ไหน?

 

นักเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไปคงไม่คิดตั้งคำถามเหล่านี้ แต่นั่นไม่ใช่ในกรณีของนักเศรษฐศาสตร์ที่คิดนอกกรอบอย่าง Steven D.Levitt เพราะแทนที่จะให้ความสนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจและการเมืองเขากลับสนใจปัญหาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ยาเสพติด การทุจริต หรือกระทั่งการเลี้ยงดูลูก

 

เขามักจะตั้งคำถามที่ไม่เคยมีใครคิดจะถาม (บางคำถามแปลกประหลาดจนถึงขั้นพิลึกพิลั่นในสายตาของคนส่วนใหญ่) แล้วตอบคำถามเหล่านั้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดมหึมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จากนั้นจึงนำเสนอข้อสรุปของเขามักสวนทางกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าข้อสรุปของเขานั้นไม่ใช่การสันนิษฐาน แต่เป็นข้อเท็จจริงอันไม่อาจปฏิเสธได้

 

หนังสือเล่มนี้ทำให้คนจำนวนมากเริ่มมองปัญหาและเหตุการณ์รอบตัวด้วยแนวทางใหม่ที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้นิตยสาร Time เลือกให้เขาเป็นหนึ่งใน “100 บุคคลที่สร้างความเปลี่นแปลงให้กับโลกมากที่สุดประจำปี 2006

 

หนึ่งในหนังสือที่ฉลาดหลักแหลมและสร้างความตกตะลึงได้มากที่สุดในรอบทศวรรษ

 

My Cyborg Name

N.A.M.I.: Networked Artificial Mathematics Individual

Networked Artificial Mathematics Individual
Get Your Cyborg Name

 

Networked Artificial Mathematics Individual
Get Your Cyborg Name

View more entries